วันที่ : 2019-08-26

อยากกู้เงินแต่ติดเครดิตบูโร ติดแบล็กลิสต์แบบนี้กี่ปีหมด คนอยากกู้ต้องอ่าน!

สำหรับใครที่มีปัญหาเงินขาดมือ หนึ่งในตัวช่วยที่จะทำให้เราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคทางการเงินนี้ไปได้ก็คือการยื่นกู้สถาบันการเงินเนี่ยแหละครับ แต่หลายต่อหลายคนที่เคยมีประวัติไม่ดี ยื่นกู้ไปแล้วแต่ไม่ชดใช้หนี้ที่มีให้หมด ก็จะถูกติดแบล็คลิสต์เอาไว้ หรือที่เรียกว่าติดเครดิตบูโรนั่นเอง โดยวันนี้เราจะมาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าสิ่งนี้กันว่ามันคืออะไร ร้ายแรงยังไง แล้วทำไมถึงไม่ควรพาตัวเองไปอยู่ในสถานะแบบนั้น

เครดิตบูโร คืออะไร

เครดิตบูโรก็คือ ข้อมูลของเครดิต ความน่าเชื่อถือของเราเองเนี่ยแหละครับว่าเราชำระหนี้เป็นยังไง ไปกู้ยืมเงินกับใครบ้าง และยังชดใช้ใครไม่หมดบ้าง ซึ่งนี่จะถูกเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตเลยนะ โดยจะมีข้อมูลอยู่ 2 ส่วนด้วยกัน ก็คือ

1. ข้อมูลที่บอกถึงตัวเรา

2. ข้อมูลที่เกี่ยวกับสินเชื่อที่เราเคยขอและประวัติการชำระ

โดยในส่วนนี้จะบอกหมดเปลือกเลยว่าเราเคยขอสินเชื่ออะไรมาบ้าง เคยผ่อนอะไรบ้าง ตอนนี้ผ่อนอะไรอยู่ มีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนเท่าไหร่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บอกสถานะทางการเงินตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของเรานั่นเอง

รู้ได้ไงว่าติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรหรือไม่

เวลาเราจะไปขอยื่นกู้กับสถาบันการเงินที่ไหน ทางสถาบันการเงินเค้าก็จะคอยเช็กประวัติเราก่อนครับว่าเรามีติดเครดิตบูโรอะไรยังไงหรือไม่ ซึ่งในรายงานข้อมูลเครดิตก็จะมีประวัติการขอสินเชื่อกู้ยืมการเงินต่างๆ ของเราย้อนหลังกลับไป 3 ปี หรือ 36 เดือนเลย ซึ่งจะทำให้คนที่ตรวจสอบรู้ได้ทันทีว่าใน 3 ปีนี้ประวัติเราเป็นยังไง โดยระบุเป็นตัวเลขกำกับเอาไว้เป็นรหัสดังนี้

10 — ปกติ จ่ายครบ ตรงตามเงื่อนไข ไม่มีค้างชำระ หรือค้างอยู่แต่ไม่เกิน 30 วัน

11 — ปิดบัญชี ไม่มีหนี้คงค้าง

12 — พักชำระหนี้ คือเคยมีหนี้ที่ยังไม่จ่าย แต่ตอนนี้เข้าโครงการรัฐบาลอยู่ทำให้อยู่ในสถานะพักชำระ

20 — ค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน นั่นคือติดเครดิตบูโร

สถานะตัวเลขเหล่านี้แหละครับที่ทำให้สถาบันการเงินทราบได้ว่าเราควรจะได้รับเงินกู้จากเขาหรือไม่ เค้าจะใช้เกณฑ์นี้ในการธิบายนั่นเอง

เช็กเครดิตบูโรตัวเองบ่อยๆ ก่อนมีใครสวมรอย

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เลยก็คือ การโดนปลอมแปลงเอกสารในการซื้อสินค้าต่างๆ ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเอง คอยเช็กอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งจำเป็นว่าเอกสารสำคัญของเรามีคนเอาไปแอบอ้างทำอะไรรึเปล่า เช่น เอาบัตรประชาชนไปปลอม เอาเอกสารการเงินต่างๆ ไปสมัครสินเชื่อ ซึ่งคนที่เป็นคนผิดก็คือเรา และประวัติเครดิตบูโรเราก็จะติดแบล็คลิสต์โดยที่เราไม่รู้ตัว

ตรวจสอบเช็กเครดิตบูโรของตัวเองได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับใครที่อยากตรวจสอบเช็กว่าตัวเองติดแบล็กลิสต์มั้ย เป็นการเตรียมความพร้อมให้มั่นใจก่อนไปกู้สินเชื่อต่างๆ ก็สามารถเตรียมบัตรประชาชนไปตรวจสอบได้เลยที่

  • — อาคารกลาสเฮ้าส์ (ชั้นใต้ดิน) ปากซอยสุขุมวิท 25
  • — สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง
  • — ห้างเจ-อเวนิว (นวนคร) ชั้น 4 ติดกับสำนักงานประกันสังคม
  • — CITI สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, ศูนย์การค้าเมกา บางนา
  • — ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2

ซึ่งจะทำให้เราสบายใจมากยิ่งขึ้นและไม่ต้องเสียประวัติในสิ่งที่เราไม่ได้ก่ออีกด้วยครับ

สินเชื่อเพื่อคนติดบูโร ทางเลือกใหม่ในการปิดยอดหนี้ต่างๆ

สุดท้ายแล้วถึงแม้เราจะเคยทำผิดพลาดในอดีต เคยค้างชำระหนี้ต่างๆ และอยากจะล้างมลทินเดิมออกไปให้หมด อยากจะขอกู้เงินใหม่อีกสักครั้งก็คงจะยากแล้วล่ะครับ เพราะสถาบันการเงินจะจดจำเราจากยอดหนี้ค้างชำระในเครดิตบูโร ทำให้การกู้ยืมยากขึ้นไปอีก หลายคนเลยหนีไปกู้นอกระบบที่กู้ง่ายแต่ดอกเบี้ยแพงแทน

แต่นั่นเป็นเรื่องในอดีตเท่านั้น วันนี้สินเชื่อเพื่อคนติดเครดิตบูโรได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วในสถาบันการเงินมากมายทั่วประเทศไทย เป็นสินเชื่อสำหรับคนประวัติเครดิตไม่ดี แต่ต้องการใช้เงินด่วน เช่น สินเชื่อกลับใจ ของบริษัทแมคราเล กรุ๊ป เป็นต้น

ซึ่งมันก็อาจจะหายากสักนิดนึงนะครับ เพราะถือว่ากรณีแบบนี้เป็นกรณีพิเศษจริงๆ เท่านั้น ดังนั้นเพื่อนๆ อย่าเพิ่งหมดใจไป ทางที่ดีเราก็แค่ต้องชำระยอดค้างชำระหนี้เดิมให้จบไวๆ เท่านั้นเพื่อปลดยอดหนี้ค้างชำระให้หมดไปก็พอแล้ว

ติดแบล็กลิสต์กี่ปีหมด สำหรับคนติดแบล็กลิสต์ที่อยากมีประวัติดี

ใครที่เคยหลงผิดติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรกันไปแล้ว แต่อยากให้ประวัติตัวเองกลับมาใสสะอาดใหม่อีกครั้งก็ต้องรอเวลา 3 ปีเลยล่ะครับนับตั้งแต่วันที่มีการรายงานการค้างชำระของเรา ซึ่งเค้าจะอัปเดตข้อมูลกันอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างที่เคยบอกไปว่าระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลจะอยู่ที่ 36 เดือน ดังนั้นประวัติเสียของเราก็จะยังอยู่แบบนั้นจนกว่าจะหมดอายุไปนั่นเอง

สุดท้ายแล้วเพื่อนๆ คนไหนที่ไม่เคยมีประวัติการติดเครดิตบูโรใดๆ เลยก็ตาม แนะนำว่าให้คุณพยายามรักษาประวัติของตัวเองเอาไว้นะครับ อย่าให้พลาด อย่าให้มีปัญหา เพราะการจะกู้คืนความเชื่อใจเรื่องการเงินกลับมามันยากมากจริงๆ ติดแบล็กลิสต์ไปแล้วสักครั้งประวัติเราจะเสียทันที ดังนั้นกู้มาเท่าไหร่ก็ใช้ตามให้ครบกำหนดข้อตกลงก็พอ

ความรู้บัตรเครดิต และ การกู้เงินด่วนออนไลน์ :


happynow.in.th (c) –– เราทำคุณให้สบายใจ บริการปล่อยเงินด่วนออนไลน์ได้จริง 24 ชั่วโมงออนไลน์ ทั่วประเทศ : กทมและต่างจังหวัด รายเดือนกับรายวัน